สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย

TH : EN

เกี่ยวกับสมาคม

ข้อบังคับสมาคม

ข้อบังคับ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2560

หมวดที่ 1 : ข้อความทั่วไป

ข้อ 1. ชื่อสมาคม สมาคมนี้มีชื่อว่า "สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย" เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Thai Listed Companies Association”

 

ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคม
  • เครื่องหมายของสมาคม มีลักษณะเป็นวงกลมซ้อนกัน 2 วง เป็นวงแหวน มีตัวอักษรภาษาไทยว่า สมาคมบริษัทจดทะเบียน และตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า Thai Listed Companies Association อยู่ภายใน และมีรูปเครื่องหมายของ ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยอยู่ตรงกลางวงแหวน

 

ข้อ 3. สำนักงานของสมาคม สำนักงานของสมาคม ตั้งอยู่ที่

อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ชั้น 6 เลขที่ 93 ถนนรัชดาภิเษก
แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 0-2009-9191
โทรสาร : 0-2247-7449
อีเมล : thai_listed_companies_association@lca.or.th
เว็บไซต์ : www.thailca.com

 

ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของสมาคม
  1. เพื่อส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจในทางพาณิชยกรรม หรือการเงิน หรืออุตสาหกรรมของสมาชิก
  2. เพื่อประสานงานระหว่างสมาชิก ให้ความร่วมมือและประสานงานกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการอันเป็นประโยชน์แก่สมาชิก ตลอดจนผู้ถือหลักทรัพย์ของสมาชิก
  3. เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่สมาชิกจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือระเบียบข้อบังคับที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ตลอดจนเสนอแนะข้อคิดเห็นต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการที่จะปรับปรุงระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิก และการพัฒนาตลาดทุนของประเทศ
  4. เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานของสมาชิก
  5. เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุนและการพัฒนาตลาดทุนของประเทศ
  6. เพื่อส่งเสริมการบริหารงานของสมาชิกให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
  7. ไม่ดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

 

หมวดที่ 2 : สมาชิกและสมาชิกภาพ

ข้อ 5. สมาชิก สมาชิกต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนซึ่งมีหลักทรัพย์จดทะเบียนไว้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ หรือตลาดรองอื่นซึ่งอาจมีขึ้นในอนาคต

 

ข้อ 6. การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้สมัครจะต้องยื่นใบสมัครต่อเลขาธิการของสมาคม ตามแบบที่สมาคมกำหนด

 

ข้อ 7. การพิจารณารับเข้าเป็นสมาชิก บริษัทที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับ ข้อ 5 สามารถยื่นใบสมัครต่อเลขาธิการสมาคม เพื่อเสนอคณะกรรมการสมาคมพิจารณา

 

ข้อ 8. วันเริ่มสมาชิกภาพ สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับเรื่องค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง

 

ข้อ 9. การใช้สิทธิของสมาชิก
  1. ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม จากสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้
  2. เสนอผู้แทนเข้าเป็นกรรมการสมาคม เพื่อร่วมบริหารกิจการสมาคม
  3. เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคมหรือคณะกรรมการ ในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคม
  4. ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการหรือกรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการ สมาชิกแต่ละรายมีสิทธิแต่งตั้งผู้แทนได้ไม่เกิน 3 คน โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อเลขาธิการสมาคม ในการประชุมสมาชิก ผู้แทนดังกล่าวมีสิทธิเข้าประชุมได้ทุกคน แต่มีสิทธิออกเสียงได้เพียงสมาชิกละ 1 เสียงเท่านั้น

 

ข้อ 10. หน้าที่ของสมาชิก สมาชิกต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบของสมาคมโดยเคร่งครัด

 

ข้อ 11. การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกย่อมขาดจากสมาชิกภาพเมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
  1. หลักทรัพย์ของสมาชิกหรือหลักทรัพย์ที่สมาชิกเป็นผู้จัดการถูกเพิกถอน หรือพ้นจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน หรือหลักทรัพย์รับอนุญาตในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ หรือตลาดรองอื่นซึ่งอาจมีขึ้นในอนาคต
  2. ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้ถอนชื่อจากทะเบียนสมาชิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
  3. สมาชิกแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรขอลาออกจากสมาคม
  4. สมาชิกขาดส่งค่าบำรุง

 

หมวดที่ 3 : ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง

ข้อ 12. ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง สมาชิกต้องชำระค่าลงทะเบียนเป็นสมาชิกจำนวน 2,000 บาท (สองพันบาทถ้วน) และค่าบำรุงรายปีอีกตามจำนวนที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของที่ประชุมสมาชิก สมาชิกจะต้องชำระค่าบำรุงรายปีของปีถัดจากปีแรกที่เป็นสมาชิกภายในเดือนมกราคมของทุกปี

 

หมวดที่ 4 : การบริหารสมาคม

ข้อ 13. คณะกรรมการ
  1. ให้มีคณะกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน และไม่เกิน 30 คน เป็นผู้บริหารสมาคม
  2. ให้ที่ประชุมใหญ่สมาชิกเลือกตั้งคณะกรรมการจากผู้แทนของสมาชิก ตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อ 9
  3. การเลือกตั้งคณะกรรมการจะกระทำโดยวิธีเปิดเผยหรือวิธีอื่นก็ได้ ทั้งนี้แล้วแต่ที่ประชุมใหญ่จะกำหนด
  4. ให้คณะกรรมการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี แต่จะดำรงตำแหน่งเกินกว่า 3 วาระติดต่อกันไม่ได้
  5. ผู้แทนของสมาชิกที่มาจากสาขาอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมประเภทเดียวกัน หรือจากกลุ่มบริษัทในเครือเดียวกัน จะดำรงตำแหน่งกรรมการ เกินอัตราหนึ่งในหกของจำนวนคณะกรรมการไม่ได้

 

หากมีปัญหาเรื่องสมาชิกมาจากสาขาอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมประเภทเดียวกัน หรือกลุ่มบริษัทในเครือเดียวกัน ให้ที่ประชุมใหญ่สมาชิกเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด

 

ข้อ 14. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
  1. บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
  2. แต่งตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งนายก อุปนายก เหรัญญิก นายทะเบียน เลขาธิการ และตำแหน่งอื่นตามที่เห็นสมควร
  3. แต่งตั้งอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษาคณะกรรมการ จากผู้แทนของสมาชิก เพื่อพิจารณาเรื่องต่างๆ ที่อยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของสมาคม โดยให้อยู่ภายใต้การกำกับและดูแลของคณะกรรมการ
  4. เป็นตัวแทนสมาคมในการให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย กฎ ระเบียบ และประกาศต่างๆ ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ขอรับคำปรึกษา
  5. รักษาผลประโยชน์ของสมาคม

 

ข้อ 15. การประชุมคณะกรรมการ
  1. ให้มีการประชุมคณะกรรมการตามที่นายกสมาคมจะเห็นสมควร แต่อย่างน้อยจะต้องมีการประชุมกันทุก 3 เดือน
  2. ในการประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง จะต้องมีกรรมการมาร่วมประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการ จึงจะครบเป็นองค์ประชุม
  3. ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่สามารถมาประชุม ให้อุปนายกทำหน้าที่แทน ในกรณีที่ทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ ให้เลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
  4. ให้ถือเสียงข้างมากของจำนวนกรรมการที่มาประชุมเป็นมติของที่ประชุมคณะกรรมการ ในกรณีที่เสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

 

ข้อ 16. อำนาจหน้าที่ของนายกสมาคมและกรรมการ อำนาจหน้าที่ของนายกสมาคมและกรรมการมีดังนี้
  1. ให้นายกสมาคมมีหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับ และระเบียบของสมาคม เป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและในที่ประชุมใหญ่สมาชิก
  2. ให้อุปนายกมีหน้าที่ช่วยเหลือนายกสมาคมในกิจการทั้งปวงอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสมาคม เป็นผู้ปฏิบัติการแทนนายกสมาคม ในขณะที่นายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือตามที่นายกสมาคมหรือคณะกรรมการจะมอบหมาย
  3. ให้เหรัญญิกมีหน้าที่รักษาเงินและสินทรัพย์ของสมาคม ทำบัญชีการเงิน ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคมหรือคณะกรรมการจะมอบหมาย
  4. ให้นายทะเบียนมีหน้าที่จัดทำทะเบียนรายชื่อสมาชิก และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคมหรือคณะกรรมการจะมอบหมาย
  5. ให้เลขาธิการมีหน้าที่บริหารงานเอกสารของสมาคม เป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคมหรือคณะกรรมการจะมอบหมาย

 

ข้อ 17 การพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการพ้นจากตำแหน่งในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
  1. ถึงแก่กรรม
  2. ถึงคราวออกตามวาระ
  3. ลาออก
  4. ออกจากสมาชิกหรือพ้นสภาพการเป็นผู้แทนของสมาชิก
  5. สมาชิกขาดจากสมาชิกภาพ
  6. ที่ประชุมสมาชิกมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

 

ข้อ 18. ตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนครบวาระ เมื่อมีกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้แทนของสมาชิกตามที่กำหนดในข้อ 9 เพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการแทน และให้บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนนั้นดำรงตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการที่ตนเข้ามาแทนเท่านั้น แต่ถ้าวาระของกรรมการผู้นั้นเหลือน้อยกว่า 180 วัน จะไม่เลือกกรรมการแทนก็ได้

 

หมวดที่ 5 : การประชุมสมาชิก

ข้อ 19. การประชุมสมาชิก ให้คณะกรรมการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละครั้ง ภายในกำหนด 120 วัน นับแต่วันที่สิ้นปีบัญชีของสมาคมการประชุมสมาชิกคราวอื่น ให้เรียกว่าประชุมวิสามัญ ซึ่งคณะกรรมการหรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจะร้องขอให้คณะกรรมการจัดประชุมขึ้น ซึ่งคณะกรรมการจะต้องเรียกประชุมวิสามัญภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ การประชุมสมาชิก ต้องมีสมาชิกหรือผู้รับมอบฉันทะของสมาชิกมาประชุม ไม่น้อยกว่าห้าสิบบริษัท หรือหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด แล้วแต่จำนวนใดจะน้อยกว่า จึงจะครบเป็นองค์ประชุม หากเวลาผ่านพ้นไป 1 ชั่วโมงแล้ว สมาชิกยังมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม ก็ให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหม่ภายใน 15 วัน การประชุมครั้งหลังนี้ แม้สมาชิกจะมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม ก็ให้ดำเนินการประชุมได้ ในกรณีที่สมาชิกร้องขอให้คณะกรรมการจัดประชุมสมาชิก หากสมาชิกมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม ก็ให้ยกเลิกการประชุมนั้นเสีย

 

ข้อ 20. การบอกกล่าวประชุมสมาชิก การบอกกล่าวประชุมสมาชิกในกรณีปกติ ให้แจ้งล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบด้วยว่าจะเรียกประชุมเพื่อการใด

 

ข้อ 21. ประธานในที่ประชุมสมาชิก ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมสมาชิก ถ้านายกสมาคมไม่สามารถมาประชุม ให้อุปนายกทำหน้าที่แทน ในกรณีที่ทั้งนายกสมาคมและอุปนายกไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ ให้สมาชิกเลือกกรรมการคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่แทน

 

ข้อ 22. การลงคะแนนเสียงในการประชุมสมาชิก ให้ที่ประชุมถือคะแนนเสียงข้างมากในที่ประชุมเป็นเกณฑ์ ยกเว้นกรณีที่กำหนดไว้ใน ข้อบังคับเป็นอย่างอื่น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

 

หมวดที่ 6 : ผู้สอบบัญชี

ข้อ 23. ผู้สอบบัญชี
  1. ให้ที่ประชุมสมาชิกสามัญแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชีประจำปี
  2. ผู้สอบบัญชีจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีได้รับอนุญาตและมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม
  3. วันสิ้นปีทางบัญชี ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสิ้นปีทางบัญชีของสมาคม

 

หมวดที่ 7 : การเลิกสมาคม

ข้อ 24. การเลิกสมาคม สมาคมจะเลิกกิจการเมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
  1. ที่ประชุมสมาชิกมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
  2. จำนวนสมาชิกลดลงเหลือต่ำกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีชื่ออยู่ในทะเบียน ณ วันสิ้นปีของปีที่ผ่านมา

 

ข้อ 25. สินทรัพย์ของสมาคม เมื่อสมาคมต้องเลิกกิจการไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ให้บริจาคทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แก่องค์การการกุศลที่คณะกรรมการเห็นสมควร

 

หมวดที่ 8 : การแก้ไขข้อบังคับ

ข้อ 26. การแก้ไขข้อบังคับ การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมจะกระทำได้แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม การนัดหมายประชุมในเรื่องดังกล่าว คณะกรรมการจะต้องแจ้งล่วงหน้าให้สมาชิกทราบถึงวันประชุม วาระ รายละเอียดและเหตุผลของการแก้ไข ไม่น้อยกว่า 10 วันก่อนการประชุม

 

ชมรมภายใต้การบริหารสมาคมฯ

Executive Education